แบบแจ้งเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำ ปี256ุ6 ผ่านสื่อ อิเลก็ทรอนิกส์

ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

(“การประชุม AGM”)


บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบ ฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าว และเพื่อท่านทราบถึงรายละเอียดการดำเนินการคุ้มครองและปฏิบัติต่อ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงขอแจ้งข้อมูลให้ท่านทราบดังต่อไปนี้

ข้อมูลของผู้ควบคุมข้อมูล : บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) รายละเอียดสำหรับการติดต่อเป็นไป ตามที่ปรากฏในเอกสารเชิญประชุมของบริษัท

1. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์ในการจัดการประชุม AGM และการเข้าร่วมการประชุม AGM ดังต่อไปนี้

  1. (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
    1. 1 ) ข้อมูลการติดต่อ : เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล ข้อมูลบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย (เช่น ไอดีไลน์ บัญชีเฟซบุ๊ก).
    2. 2 ) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน : เช่น ชื่อ-นามสกุล เพศ สัญชาติ อาชีพ วันเดือนปีเกิด สถานภาพ รูปถ่าย ลายมือชื่อ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง หรือข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล/หน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
    3. 3 ) ข้อมูลอื่น ๆ : เช่น ข้อมูลภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวและเสียงที่ถูกบันทึกสำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการและการดำเนินการประชุม AGM
  2. (ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว : เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลการจดจำใบหน้า และ ลายนิ้วมือ) ข้อมูลสุขภาพหรือสภาพร่างกายหรือจิตใจ และประวัติอาชญากรรม
2. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่บริษัท เก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. ก ) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation)
    บริษัทเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามข้อ 1ก) และ ข้อ 1ข) เพื่อเรียกประชุมและดำเนินการประชุม AGM ซึ่งรวมถึงการยืนยันตัวตนของท่าน การส่งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามมติที่ประชุมในประชุม AGM และตามกฎหมาย รวมถึงการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอื่นใด
  2. ข ) ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)
    บริษัทเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามข้อ 1ก) เพื่อใช้ในการจัดทำบันทึกรายงานการประชุม AGM และเป็นหลักฐานในการเข้าร่วมประชุมของท่าน รวมถึงเพื่อการใด ๆ ตามจำเป็นที่เกี่ยวข้องอาทิ การสำรวจความพึงพอใจ อันเป็นประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทและบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล
     บริษัทเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนของท่านตามข้อ 1ข) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการประชุม AGM
     บริษัทบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ที่เกี่ยวข้องกับการจัดและการดำเนินการประชุม AGM เพื่อใช้ในการลงทะเบียนเข้าประชุม รายงานและการประชาสัมพันธ์การประชุม AGM ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวของการประชุม AGM อาจปรากฏภาพของท่านที่เข้าร่วมประชุม
3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง จากผู้รับมอบฉันทะที่ท่านผู้ถือหุ้นแต่งตั้ง และจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
หมายเหตุ เอกสารยืนยัน ตัวตนที่ท่านส่งให้แก่บริษัท อาทิสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารทางราชการอื่น ๆ อาจปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติหมู่โลหิต เป็นต้น ซึ่งไม่จำเป็นต่อการประชุม AGM ฉะนั้น บริษัท ไม่ประสงค์จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวซึ่งปรากฏอยู่บนบัตรประชาชน จึงขอให้ท่านทำการลบ/ปกปิดข้อความดังกล่าวก่อนการ ทำสำเนาเอกสารส่งมายังบริษัท ในกรณีที่ท่านไม่ได้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวดังกล่าว บริษัทขอสงวนสิทธิในการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวบนเอกสารที่ได้รับ โดยไม่ถือว่าเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวของท่าน

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในเอกสารฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

    • หน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล หน่วยงานกำกับดูแล (เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น) หรือ บุคคลอื่น เมื่อบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลภายนอก หรือความปลอดภัยของบุคคล รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามที่จำเป็นแก่การโอนหรือรับ โอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ของบริษัท
    • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    • ผู้ให้บริการ หรือที่ปรึกษา
    • สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อใช้ในการเผยแพร่รายงานการประชุมและประชาสัมพันธ์การประชุม
5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือผู้ให้บริการที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งประเทศปลายทางอาจมี มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่ำกว่า บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่ามีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกโอนไปในระดับที่เพียงพอ และบุคคลที่รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมหรือ ตามที่กฎหมายกำหนด และในกรณีที่จำเป็น บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ หากเป็นกรณีที่กฎหมายต้องให้ขอความยินยอม

6. ระยะเวลาในการที่บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทคาดหมายว่าจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 1ก) เป็นเวลา 10 ปี และข้อ 1ข) เป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับข้อมูลของท่าน เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ อย่างไรก็ดีเราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานขึ้นหากจำเป็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึง และ/หรือ ขอรับสำเนา โอนย้าย แก้ไข ลบ ทำลายหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงอาจขอคัดค้าน และระงับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณีและหากบริษัทอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านอาจถอนความยินยอมของท่านได้และท่านยังมีสิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท นอกจากนี้ หากท่านต้องการดำเนินการตามสิทธิของท่าน โปรดติดต่อบริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านและจะติดต่อท่านโดยเร็ว หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

9. ติดต่อบริษัท

หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทที่



เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
555/2 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น 12
ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

Email : dpo@pttor.com



ทั้งนี้ หากท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อทักท้วงประการใด โปรดแจ้งให้บริษัททราบภายในวันที่ 4 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. เพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป